ตะกร้า
0
0.00 THB

ไลท์สาระ

CATEGORIES

ไลท์สาระ

1) หลอด LED Bulb สว่างกว่าหลอดประหยัดไฟ (CFL) จริงหรือ?

บางคนมักจะพูดว่าหลอด LED ยังสว่างไม่เท่ากับหลอดประหยัดไฟ บางคนก็พูดว่ารีบเปลี่ยนไปใช้หลอด LED เถอะเพื่อช่วยประหยัดไฟ คำตอบที่ถูกคืออะไร? LED ให้แสงเป็นแบบส่องตรง(Directional Light) ในขณะที่หลอดไส้(Incandescent),หลอดฮาโลเจน(Halogen),หลอดประหยัดไฟ(CFL) ให้แสงแบบส่องทุกทิศทางรอบตัวเอง(Omni-directional Light) ทุกวันนี้วิธีที่ใช้วัดประสิทธิภาพและความสว่างของหลอดไฟ ใช้ดูจากค่าความส่องสว่างหรือค่าลูเมน(Lumens) ยิ่งค่าลูเมนมากก็สว่างมาก ซึ่งคุณอาจจะเคยได้ยินคำว่า "ลูเมน" หรือเห็นบนกล่องบรรจุหลอดไฟ อีกวิธีที่ใช้วัดคือค่าประสิทธิผลการส่องสว่างของหลอด(Lamp Luminious Efficacy)หรือ ลูเมน/วัตต์ (Lumen/Wattage) หรือ ปริมาณแสงที่คุณได้รับเทียบกับปริมาณพลังงานที่คุณใส่เข้าไป เวลาเราติดตั้งหลอดประหยัดไฟเข้าไปในโคมดาวน์ไลท์แบบฝัง 50% ของแสงที่ส่องออกมาจะสูญเสียไป แล้วสะท้อนกลับเข้าไปในเพดาน ในขณะที่คุณใส่หลอด LED เข้าไปในโคมดาวน์ไลท์แบบฝัง แสงทั้งหมดจะส่องตรงลงมาบริเวณที่ใช้งาน ดังนั้น ถ้าถามว่าหลอด LED Bulb สว่างกว่าหลอดประหยัดไฟ (CFL) จริงหรือ? คำตอบคือ ใช่ ถ้าคุณใช้หลอด LED ในโคมดาวน์ไลท์แบบฝัง เพราะแสงทั้งหมดจากหลอดLED ถูกนำมาใช้งาน ขณะที่หลอดประหยัด(CFL) แสงที่นำมาใช้งานได้ประมาณ 50% แต่คำตอบจะเป็น ไม่ใช่ ถ้าคุณใช้หลอดในโคมตั้งพื้น ซึ่งต้องการหลอดกระจายแสงไปทั่วทิศทาง แสงจากหลอดประหยัด(CFL) ก็จะมีประสิทธิภาพมากกว่า

2) LED แตกต่างจากหลอดธรรมดาตรงไหน?

LED(Light-Emitting Diodes) เป็น แหล่งกำเนิดแสงทางอิเลคทรอนิกส์รูปแบบหนึ่ง หลอด LEDs แตกต่างจาก แหล่งกำเนิดแสงแบบเก่า เช่น หลอดไส้ , หลอดฮาโลเจน ที่ยาวนานกว่า กินไฟน้อยกว่า ปล่อยความร้อนน้อยกว่า ปลอดภัยเพราะไม่มีสารพวกปรอท หรือ ตะกั่ว

3) โคมที่ใช้กับหลอดธรรมดาสามารถใช้กับหลอด LED ได้เลยหรือไม่?

หลอด LED โดยส่วนมากสามารถเอามาใช้แทนกับหลอดธรรมดาได้เลย ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงวัตต์ของ LED ที่จะเอามาใช้ต้องให้เหมาะสมกับโคม เพื่อไม่ให้หลอดร้อนเกินไป แล้วจะทำให้ประสิทธิภาพของหลอดลดลงและอายุการใช้งานลดลงในที่สุด

4) LED ประหยัดไฟกว่าหลอด ธรรมดามากน้อยแค่ไหน?

ถ้าเปรียบเทียบหลอด LED กับหลอดธรรมดาจำพวก หลอดไส้, หลอดฮาโลเจน,หลอดประหยัดไฟ คุณจะประหยัดพลังงานได้ถึง 25%-80% และอายุการใช้งานสูงกว่า 3-25 เท่า

ตารางเปรียบเทียบค่าลูเมน กับ วัตต์ ของหลอดประเภทต่างๆ

ค่าความส่องสว่าง กำลังไฟฟ้า(วัตต์)
(ลูเมน) หลอดไส้ หลอดฮาโลเจน หลอดประหยัด หลอด LED
25 18 4-6 3-4
250
40 28 7-9 5-8
500
60 42 11-14 8-12
800
75 52 14-17 11-17
1100
100 70 19-23 15-23
1500

5) เทียบหลอดประเภทเดียวกันทำไม LED มีกำลังวัตต์ต่ำกว่าหลอดธรรมดา?

ทุกวันนี้หลอด LED มีประสิทธิภาพสูงมาก ผู้ผลิตพยายามพัฒนา หลอดLED ให้กินไฟ หรือ ค่าวัตต์ น้อยลง แต่ให้ปริมาณแสงที่เท่าเดิม ดังนั้นเวลาไปเลือกหลอด LED เพื่อใช้แทนหลอดรุ่นเก่าและให้แสงสว่างที่เท่าเดิมจึงควรดูที่ค่าลูเมน มิใช่ค่าวัตต์

6) วิธีการเลือกใช้หลอด LED

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อหลอด LED

1) ค่าลูเมน ไม่ใช่วัตต์

ในอดีตเวลาเราเลือกซื้อหลอดไฟจำพวกหลอดไส้หรือหลอดประหยัดไฟ เราอาจจะเคยชินกับการเลือกวัตต์ของหลอดไฟ ยิ่งวัตต์สูงหมายถึงสว่างกว่า แต่ปัจจุบันถ้าเราเลือกหลอด LED เพื่อมาใช้งาน ค่าวัตต์ไม่ใช่เป็นตัวบ่งชี้ความสว่างแล้วแต่เป็นตัวบ่งชี้ค่าพลังงานที่หลอดนั้นๆ ต้องใช้ แต่สิ่งที่คุณจะต้องสนใจคือค่าลูเมน(Lumens) ซึ่งเป็นค่าความส่องสว่างที่วัดได้ออกจากตัวหลอดจริงๆ ตัวอย่างเช่น คุณจะได้ความสว่างที่เท่ากันจากหลอดไส้( Incandescent) ประมาณ 60 วัตต์, หลอดฮาโลเจน 42W, หลอดประหยัดไฟ 13W และ หลอด LED เพียง 10W จากตารางในข้อ 4 ด้านบนแสดง ค่าลูเมน ของหลอด LED เทียบกับหลอดประเภทหลอดไส้ จากตารางจะเห็นว่า หลอดไส้กินไฟมากกว่าหลอด LED ถึง 5 เท่า เมื่อให้ค่าลูเมนที่เท่ากัน

2)ค่าอุณหภูมิสี (Color Temperature)

ถ้าเป็นหลอดไส้ คุณอาจจะเคยชินกับแสงออกแนวอบอุ่น(Warmwhite) หรือ สีเหลือง แต่ถ้าเป็นหลอด LED แล้วมีสีให้คุณเลือก3 สี คือ
แสงอบอุ่น หรือ แสงเหลือง(Warmwhite) 2700-3300 Kelvin
แสงขาวนวล (Cool White or Soft White) 3000 -5300 Kelvin
แสงขาว (Cool Daylight or Bright White) 5300-6500 Kelvin

3)ระวังเรื่องการหรี่ไฟ

หลอด LED ไม่สามารถใช้ได้กับสวิตช์หรี่ไฟทุกยี่ห้อ ในบางครั้งคุณต้องเปลี่ยนสวิตซ์หรี่ไฟเพื่อให้ใช้ได้กับหลอด LED

4) หลอด LED ไม่เหมาะสมสำหรับโคมบางประเภท

คุณอาจจะรู้ว่าหลอด LED ให้ความร้อนน้อยกว่า หลอดไส้(Incandescent) แต่ไม่ได้หมายความว่า หลอด LED ไม่ได้สร้างความร้อน แต่ความร้อนถูกระบายออกไปโดย แผงระบายความร้อน (Heat Sink) ในฐานของหลอดไฟ ถ้าความร้อนระบายไปในอากาศได้ดี หลอด LED ก็ยังคงเย็น และยืดอายุการใช้งานได้นาน แต่ถ้าหลอด LED นั้นถูกติดตั้งในโคมลักษณะปิด(Enclosed Housing) เช่นโคมมีหน้ากระจกปิด ความร้อนก็จะไม่มีที่ระบายออกส่งผล ให้หลอดดับก่อนเวลาอันควร ดังนั้นเวลาคุณติดตั้งหลอด LEDต้องแน่ใจว่า หลอดดังกล่าวสามารถใช้พื้นที่ฝังหรือปิดได้

5)ประสิทธิผลของหลอด (Lumen Efficacy) หรือ ลูเมน/วัตต์

หลอด LED แต่ละหลอดมีประสิทธิผลไม่เท่ากัน ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องพิจารณาคือ ค่าลูเมน ต่อ วัตต์ ยิ่งค่าสูง แสดงว่า หลอดยิ่งมีประสิทธิภาพ ถ้าไม่ระบุที่ข้างกล่องให้เอา ค่าลูเมน หารด้วยค่าวัตต์ ของหลอด โดยปกติถ้าใช้ในบ้านทั่วไปควรมีค่าประสิทธิภาพของหลอด 60 ลูเมน/วัตต์

6) ค่าความถูกต้องของสี (Color Rendering Index ,CRI,Ra)

เป็นค่าที่แสดงถึงความถูกต้องของสีของวัตถุที่เราเห็นภายใต้สภาพแสงนั้น เทียบกับ แสงอาทิตย์ ตอนเที่ยง มีค่าตั้ง 0-100 ยิ่งค่ามาก แสดงว่าแสงจากหลอดไฟนั้นๆมีค่าใกล้เคียงกับแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นสี ธรรมชาติมากเท่านั้น

7)ระยะรับประกัน (Product Guarantee)

มองหาระยะรับประกัน 2 ปี ถ้าสินค้าระบุว่ามีอายุการใช้งาน 15,000 ชั่วโมง หรือ ระยะรับประกัน 3 ปี ถ้าสินค้าระบุอายุการใช้งานมากกว่า 15,000 ชั่วโมง ระวังเรื่องการระบุระยะรับประกันเกินจริง(Overclaim)

8) ความเข้ากันได้ (Compatability)

เพื่อนความแน่ใจว่าหลอด LED ที่คุณจะซื้อสามารถทดแทนหลอดเดิมได้ คุณต้องเช็ค ขั้ว ขนาด รูปร่าง โวลต์ ให้ตรงกับหลอดเดิมที่จะเปลี่ยน หรือทางที่ดีควรนำหลอดเก่าไปเทียบด้วยก็จะดี

9) มาตรฐานอุตสาหกรรม

มองหาเครื่องหมาย ตรามาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าหลอด LED ที่คุณถืออยู่ผ่านมาตรฐานทางไฟฟ้า จากกระทรวงอุตสาหกรรม

ที่มา: www.thelightbulb.co.uk
www.earthled.com
www.energyrating.gov.au
www.eco-revolution.com

โพสต์เมื่อ :
2561-07-19 13:22:24
 1634
ผู้เข้าชม

  

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์